แผลงูพิษกัด

  1. ดูรอยแผล ถ้างูไม่มีพิษ แผลจะเป็นรอยถลอก ให้ ทำแผลแบบแผลถลอก ถ้าแผลไม่ลุกลาม หรือไม่มีอาการอื่น ไม่ต้องไปหาหมอ แผลจะหายเอง. ถ้างูมีพิษจะมีรอยเขี้ยว (คล้ายเข็มฉีดยา) 1 หรือ 2 จุด (ดังรูป) หากสงสัยถูกงูพิษกัด ให้รักษาตามข้อ 2-7.
  2. พูดปลอบใจ อย่าให้กลัวหรือตกใจ, ให้นอนนิ่งๆ, ถ้าจำเป็นให้เคลื่อนไหวน้อยที่สุด (อย่าเคลื่อนไหวส่วนที่ถูกกัดถ้าไม่จำเป็น).
  3. ห้ามดื่มเหล้า, ยาดองเหล้า หรือยากล่อมประสาท.
  4. ห้ามใช้มีดกรีดปากแผล ห้ามบีบเค้นบริเวณแผล เพราะจะทำให้แผลช้ำ สกปรก และทำให้พิษกระจายเร็วขึ้น.
  5. ห้ามขันชะเนาะรัดแขนหรือขา เพราะจะเกิดอันตรายมากขึ้น (ถ้าจะรัดควรใช้ผ้ามากกว่าเชือก และอย่ารัดแน่นจนสอดนิ้วผ่านไม่ได้).
  6. รีบพาไปหาหมอ ถ้าเป็นไปได้ควรนำซากงูที่กัดไปด้วย แต่ผู้ป่วยไม่ควรพยายามตีงูเอง เพราะหลังถูกงูกัด ควรอยู่นิ่งๆ และให้คนอื่นตีงูแทน แต่ไม่ควรเสียเวลากับการตีงู ควรสังเกตสีและรูปร่าง ถ้ามองเห็น แล้วรีบไปโรงพยาบาล (อย่าเสียเวลากับงู).
  7. ถ้าหยุดหายใจ ให้ เป่าปากช่วยหายใจ (รูป ซ. วิธีเป่าปากช่วยหายใจ)

หมายเหตุ* บาดแผลในที่นี้หมายถึงบาดแผลที่ทำให้ผิวหนังฉีกขาด ผู้ที่จะทำแผลให้ผู้อื่นต้องไม่มีบาดแผลที่มือและแขนของตนเอง ถ้ามีถุงมือยางควรใส่ถุงมือด้วย.