infoaid.org

WEEKLY NEWSLETTER 29/06/63

เตรียมเฝ้าระวังการกลับมาระบาดของ
โรคโควิด-19 ในช่วงเปิดเทอม
ที่กำลังจะมาถึง ด้วยการส่งความช่วยเหลือให้โรงเรียนที่ขาดแคลนทรัพยากร

 

โครงการเพื่อช่วยเหลือโรงเรียนเตรียมรองรับและป้องกันโรคระบาดในช่วงเปิดเทอม

สถานการณ์การโรคระบาดโควิด-19 ส่งผลให้โรงเรียนทั่วประเทศเลื่อนการเปิดเทอมออกไปเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ซึ่งแต่ละโรงเรียนก็จำเป็นต้องมีมาตรการที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการกลับมาระบาดของโรค แต่จากการสำรวจเบื้องต้นโดย InfoAid และเครือข่ายพบว่าหลายโรงเรียนยังขาดอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เจลล้างมือแอลกอฮอล์, หน้ากากผ้าสำหรับเด็ก และที่วัดไข้ เพราะเป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือไปจากงบประมาณประจำปีของโรงเรียน โดยเฉพาะเจลแอลกอฮอล์ซึ่งเป็นสิ่งที่ใช้แล้วหมดไป หลายโรงเรียนต่างพยายามเตรียมการเพื่อรองรับการเปิดเทอมอย่างสุดความสามารถตามกำลังและทรัพยากรของโรงเรียนแล้ว แต่ก็ยังมีโรงเรียนที่ไม่สามารถจัดหาสิ่งที่จำเป็นในการป้องกันการติดต่อได้อย่างเพียงพอ ซึ่งอาจนำไปสู่การระบาดครั้งใหม่ของเชื้อโควิด-19 ได้ InfoAid และ เครือข่าย จึงได้พัฒนาโครงการนี้ขึ้นเพื่อช่วยโรงเรียนต่างๆ ในการรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้านี้

 

ประเภทโรงเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายในการทำงานของโครงการ

กลุ่มโรงเรียนที่เป็นเป้าหมายของโครงการคิอ กลุ่มโรงเรียนขยายโอกาส โรงเรียนในเขตชนบทหรือพื้นที่ขาดแคลน เนื่องจากโรงเรียนดังกล่าวมีข้อจำกัดในการเข้าถึงทรัพยากรค่อนข้างมาก โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่หน่วยงานเข้าถึงได้ยาก ยิ่งไปกว่านั้น InfoAid ยังแบ่งประเภทของโรงเรียนเป็นกลุ่มย่อยตามจำนวนนักเรียนและช่วงอายุของนักเรียนได้อีก 6 กลุ่ม เพื่อตอบสนองความต้องการการสนับสนุนที่หลากหลายตามบริบทของแต่ละโรงเรียน ดังนี้

การใช้อายุเป็นเกณฑ์ในการแบ่งประเภทกลุ่มย่อยของโรงเรียนนั้น เนื่องจากความแตกต่างของร่างกายและพฤติกรรมของเด็กในแต่ละช่วงวัย อาทิ เด็กเล็กจำเป็นต้องใช้หน้ากากขนาดเล็กที่ทำจากวัสดุที่ระคายเคืองผิวน้อย หรือ ความปลอดภัยของเจลแอลกอฮอล์และน้ำยาทำความสะอาดที่นำมาใช้กับโรงเรียนที่รองรับเด็กเล็ก เนื่องจากอาจมีการเอาเข้าปากและเป็นอันตรายได้ เป็นต้น

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

ข้อมูลเครือข่ายหน้างานประจำสัปดาห์

มูลนิธิไทยอาทร

เกี่ยวกับมูลนิธิ

มูลนิธิไทยอาทรไม่แสวงหาผลกำไร (non-profit organization) ก่อตั้งเมื่อปี 2541 ดำเนินงานเรื่องเอชไอวีกับกลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวี เรื่องสุขภาวะทางเพศในกลุ่มวัยรุ่น รวมถึงดำเนินงานเรื่องสุขภาวะเด็กปฐมวัยและครอบครัวในชุมชน นอกจากนี้มูลนิธิฯ ยังทำงานร่วมกับเยาวชนที่อยู่ในศูนย์ฝึกสถานพินิจและโรงเรียนขยายโอกาส อ.พระยืน 6 โรงเรียน โดยมูลนิธิฯ ได้ให้ความเหลือเด็กปฐมวัยทั้งหมด 401 คน มีครอบครัวจำนวนหนึ่งที่เผชิญปัญหาความยากจน  และมีส่วนหนึ่งที่อยู่ในภาวะยากลำบากแต่ยังสามารถพอดูแลตัวเองได้บ้าง แต่หลังจากวิกฤตโควิดก็ดำรงชีวิตอย่างยากลำบากขึ้น

ผลกระทบจากโควิด-19

เมื่อเด็กปฐมวัยไม่ได้ไปโรงเรียนจึงมีความจำเป็นต้องอยู่บ้าน ในขณะที่พ่อแม่และผู้ปกครองขาดทักษะในการเลี้ยงดู บ่อยครั้งที่ปล่อยให้เด็กเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ ประกอบกับการที่ผู้หาเลี้ยงครอบครัวต้องตกงาน ทำให้บางครอบครัวขาดรายได้ ไม่มีเงินซื้อเครื่องอุปโภคบริโภค ทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ขณะเดียวกัน กลุ่มผู้ติดเชื้อเอชไอวีก็ต้องขาดรายได้เนื่องจากโรงงานปิดชั่วคราว

ถึงแม้สถานการณ์ของโรคระบาดโดยภาพรวมจะดีขึ้น แต่สำหรับคนกลุ่มนี้ก็ยังมีปัญหาเรื่องงาน
ค่าครองชีพ การประกอบอาชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย นมและอาหารสำหรับเด็กเล็ก นอกจากนี้ ทางมูลนิธิยังดูแลครอบครัวเด็กพิการที่ต้องการความช่วยเหลือ ขาดแคลนผ้าอ้อมและอาหารที่เหมาะสำหรับเด็ก

การทำงานของมูลนิธิช่วงโควิด

บทบาทหน้าที่หลักของมูลนิธิฯ คือ การประสานงานขอความช่วยเหลือจากภาครัฐและหน่วยงานเอกชนอื่นๆ รวมถึงจัดหาทรัพยากรบางส่วน พร้อมให้ความรู้แก่ชุมชนเรื่องการดูแลตัวเอง

มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา

เกี่ยวกับมูลนิธิ

มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขาทำงานกับชุมชนชาวเขาเขตชายแดนไทยพม่า มีสำนักงานอยู่ที่จังหวัดเชียงราย โดยมุ่งเน้นสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานถาวร การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ การอนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธาร และการส่งเสริมสิทธิหน้าที่ประชาชนที่ดี อีกทั้งยังทำงานกับเด็กนักเรียนในโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 4 พื้นที่ ได้แก่ อ.แม่ฟ้าหลวง, อ.แม่จันทร์, อ.เวียงแก่น
และอ.แม่สรวย

ผลกระทบจากโควิด-19

สถานการณ์โรคระบาดมีผลกระทบกับการปฏิบัติงานของมูลนิธิฯ ทำให้การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนด ส่วนในชุมชน  ชาวบ้านมีความหวาดระแวงการแพร่ระบาดของโรค เนื่องจากผู้ที่กลับจากต่างจังหวัดในช่วงแรกของการระบาด ไม่ได้มีมาตรการการกักตัว 14 วัน  ทำให้ชุมชนต้องป้องกันโดยการปิดหมู่บ้าน

การทำงานช่วงโควิด

ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด เนื่องจากโรงเรียนปิด ทางมูลนิธิจึงได้จัดทำโครงการเด็กดอยใจดี โดยทำงานกับชุมชน โรงเรียน และส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมการปลูกผักและให้ความรู้ในเวลาที่เด็กนักเรียนไม่ได้ไปโรงเรียน มีการทำใบความรู้เรื่องของโรคระบาดโควิดและใบส่งเสริมในเรื่องการปลูกผักปลอดภัย เพื่อให้เด็กได้ใช้เวลาทำกิจกรรมนอกบ้าน ห่างจากหน้าจอ และเคลื่อนไหวร่างกายโดยการปลูกผักสวนครัวในบ้าน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

น้ำใจแห่งการแบ่งปัน

ขอขอบคุณ สถาบันอาศรมศิลป์ แปลนทอยส์ และบราวน์บ็อกซ์ ร่วมบริจาค กล่องป้องกันการกระจายของสารคัดหลั่งขณะใส่ท่อช่วยหายใจ กว่า 31 กล่อง ให้กับโรงพยาบาลที่ต้องการเร่งด่วน

เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา สถาบันอาศรมศิลป์ แปลนทอยส์ และบราวน์บ็อกซ์ ได้ติดต่อผ่าน InfoAid เพื่อทราบถึงความต้องการเร่งด่วนของโรงพยาบาลในภาคใต้และภาคตะวันออก และดำเนินการผลิตกล่องป้องกันการกระจายของสารคัดหลั่งขณะใส่ท่อช่วยหายใจโดยทีมงานและพนักงานอาสา ส่งตรงแก่โรงพยาบาลแล้ว 4 แห่ง จำนวน 31 กล่อง

 

ขอขอบคุณ คุณบิ๊บและคุณนก ร่วมแบ่งปันอาหารกลางวัน กว่า 200 ชุด ในชุมชนเครือข่ายมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท


คุณบิ๊บและคุณนก ติดต่อผ่าน InfoAid เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เพื่อร่วมแบ่งปันชุดอาหารกลางวัน แก่ผู้ประสบภัยจากวิกฤตโควิด-19 กลุ่มเปราะบาง ภายใต้เครือข่ายของมูลนิธิเพื่อเยาวชนชนบท ในกรุงเทพฯ กว่า 200 ชุด

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..

 

น้ำใจ แห่งการแบ่งปันคือกำลังใจหนึ่งที่สำคัญ

แด่กลุ่มเปราะบาง และบุคลากรทางการแพทย์

ที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 และภัยพิบัติอื่นๆ

 

หากคุณสนใจร่วมสนับสนุน สามารถติดต่อ InfoAid ได้ที่

www.infoaid.org หรือโทร 095-464-5669

 

 

Download NEWSLETTER ฉบับเต็ม  (Click)